หลักในการพิจารณาเลือกงาน ของนักศึกษาจบใหม่

รับสมัครงาน

ชีวิตในการเรียน และการทำงาน สองสิ่งนี้คือความสำคัญที่สุดที่คนทุกคนต้องเจอเหมือนกัน โดยเฉพาะการทำงาน คนจะเรียนสูงหรือต่ำเพียงไหน ก็หลีกเลี่ยงการทำงานไม่ได้ เพราะมันคือสิ่งที่จะช่วยเลี้ยงชีพของเรา และคนในครอบครัวที่เราดูแล การตัดสินใจเลือกงาน

หรือเลือกอาชีพที่จะทำ เป็นจุดที่ต้องตัดสินใจ และเลือกให้ดี ว่าเราจะ รับสมัครงานแบบไหน ตำแหน่งอะไร และเราจะตัดสินใจเลือกอย่างไร ให้งานที่เราเลือกนั้นมันเหมาะกับตัวเรา และดีที่สุดด้วย

-ดูคุณสมบัติของเราก่อน เราจะ รับสมัครงานอะไรตำแหน่งไหน สิ่งที่เราต้องมีและต้องรู้ก่อนก็คือ เรามีถนัดในด้านใด มีความรู้ความสามารถในด้านใดบ้าง ที่เราคิดว่ามันจะสามารถนำไปใช้ในการทำงานของเราได้ ซึ่งคุณสมบัติตรงนี้ บางคนก็อาจจะวางแผนมาเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนนักศึกษาอยู่ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะทำงานจริงๆ

-ดูความต้องการของตลาด ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน เพราะเดี๋ยวนี้ เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับการทำงานมาก งานบางงาน ไม่จำเป็นที่จำต้องจ้างคนทำอีกต่อๆป เพราะสามารถใช้เครื่องจักร และหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่ได้ การเตรียมความพร้อมในเรื่องของตลาดความต้องการคนงาน เป็นสิ่งที่จะช่วยให้เราทำงานได้ราบรื่น และไม่ต้องประสบปัญหาการตกงาน หรือว่าการว่างงาน

-ลักษณะของการที่เราอยากจะทำ ก่อนที่เราจะเลือก รับสมัครงานที่ไหนก็ตาม เราต้องรู้ลักษณะของงานที่เราจะทำก่อนด้วย ว่าเราสามารถรับได้หรือไม่ เพราะงานบางงานต้องตากแดด ต้องออกนอกสถานที่ หรือเป็นงานที่มีความเสี่ยงในชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเราต้องตัดสินใจให้ดีก่อน ว่าเราพร้อมที่จะรับเรื่องพวกนี้ได้หรือไม่

-ความก้าวหน้าในชีวิต คนที่ทำงาน คงไม่ใครอยากจะอยู่จุดเดิมไปตลอด ทุกคนหวังอยากจะมีความก้าวหน้า มีความสำเร็จในงานที่ตัวเองทำเหมือนกันทุกคน คงไม่มีใครอยากจะเป็นลูกน้องคนอื่นตลอดชีวิต เพราะฉะนั้น งานที่เราทำควรจะเป็นงานที่เราสามารถ เอามาต่อยอดในชีวิตของเราได้ อย่างเช่นเข้าไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และออกมาเปิดกิจการอะไรแบบนี้ เป็นต้น

-ผลตอบแทน คนที่ รับสมัครงานเพื่อเข้าทำงาน ทุกคนก็หวังอยากจะได้ผลตอบแทน อยากจะได้รายได้ที่มันสูงๆ แต่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของเราด้วย ไม่ใช่เราอยากจะได้เท่าไหร่ เราก็ต้องได้เท่านั้น ถ้าเราประเมินความสามารถของตัวเองได้ ว่าเราควรจะได้รายได้เท่าไหร่ มันก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะมันจะได้สมเหตุสมผล และจะได้ไม่เหนื่อยเปล่าด้วย

-สถานที่ทำงาน/เพื่อนร่วมงาน ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน เพราะสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ จะเป็นตัวบ่งบอกเลยว่า เราจะทำงานที่นั้นๆ ได้นานเท่าไหร่ ถ้าเราไม่สามารถทนอยู่กับสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นได้ ก็ควรจะเปลี่ยนงานใหม่ และมองหาทางาอื่น จะดีที่สุด

ถ้าเราประเมินคุณสมบัติ และสิ่งต่างๆ ตามข้อแนะนำข้างต้น เราก็จะได้งานที่ตรงใจและตรงกับความต้องการของเรามากที่สุด จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจ หรือว่าเสียดายเวลาทีหลัง เพราะเราไม่คิดให้ดีก่อนที่จะ รับสมัครงานเพราะฉะนั้น เราต้องคิดวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าจะปลอดภัยที่สุด

เทคนิคการดำเนินชีวิตแบบง่ายๆ

บางคนอาจจะไม่ค่อยรับรู้สักเท่าไหร่ว่าในความเป็นจริงแล้วการดำเนินชีวิตของคนเราในยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าขึ้นอยู่กับคนอื่นซะเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ตัวเราเองนั้นอยากที่จะมีความสุขบอกเลยว่าสิ่งเหล่านั้นจะต้องดูจากความสุขของคนอื่น แต่จริงๆแล้วการใช้ชีวิตของเราให้มีความสุขหรืออยู่ในคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้นนั้นเราเองก็จะต้องเข้าใจและดูแลตัวเองซะเป็นส่วนใหญ่ แต่บางคนอาจจะไม่ค่อยรู้ว่าในความเป็นจริงแล้วมีบางอย่างที่ถ้าหากว่าเรารับรู้และทราบแล้วเอาไปใช้จริงๆเราเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในคนที่ใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุดก็ว่าได้ 1.รู้จักให้อภัย             แล้วบอกเลยว่าสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของเรานั้นมีความสุขมากที่สุดโดยเฉพาะกับตัวเองก็คงจะเป็นเรื่องของการรู้จักให้อภัยทางนี้คนส่วนใหญ่นั้นมักจะสามารถให้อภัยกับคนรอบข้างได้เสมอเพียงแค่เป็นคนที่ตัวเองรู้สึกดีด้วย แต่ในความเป็นจริงแล้วการที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุขนั่นหมายความว่าจะต้องรู้จักในการให้อภัยกับตัวเองไม่ว่าจะทำเรื่องผิดพลาดหรือเรื่องที่ไม่เหมาะสมก็ตาม บางครั้งเราแทบจะไม่รู้ตัวเลยว่าสั่งที่เกิดขึ้นเราพยายามที่จะโทษตัวเองจนกลายเป็นปัญหาในการใช้ชีวิต แต่เพียงแค่รู้จักการให้อภัยตัวเองกับสิ่งที่ทำผิดพลาดแล้วรอโอกาสใหม่มาเพื่อที่จะแก้ไขสิ่งเหล่านี้ก็จะกลายเป็นบทเรียนให้เรานั้นได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองมากขึ้นไปอีก 2.มองมุมกว้าง             และอีกสิ่งที่บอกเลยว่าใครที่กำลังมีปัญหาในการดำเนินชีวิตให้มีความสุขนั้นสิ่งที่สำคัญเลยก็คือการที่เรานั้นรู้จักในการมองกว้างเปิดใจให้กับสิ่งใหม่ๆที่เรากำลังจะได้รับจากแต่ละโอกาสที่เข้ามาในชีวิต เพราะในการเปิดใน และมองไปในมุมกว้างๆว่าแต่ละสีเข้ามาจะทำประโยชน์ให้กับตัวเองเราจะไม่ปล่อยโอกาสเรานั้นหลุดมือไป ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้เรานั้นพบมุมมองชีวิต ในรูปแบบใหม่ๆและที่สำคัญยังรวมไปถึงเรื่องของการดำเนินชีวิตแบบใหม่ๆทำให้ตัวเราเองนั้นได้มีการพัฒนาศักยภาพของตัวเองไปเพิ่มมากขึ้นและที่สำคัญการมองมุมกว้างได้หมายความว่าเราเองก็จะต้องมีการเปิดใจและยอมรับในข้อผิดพลาดของคนอื่นด้วย             ดังนั้นแล้วในการดำเนินชีวิตบอกเลยว่าทั้งสองเรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมากทีเดียวที่เราเองก็จำเป็นจะต้องเข้าใจและเรียนรู้เอาไว้ รักๆสิ่งเหล่านี้นั้นอาจจะดูยากไปบ้างแต่ถ้าหากว่าเราได้มีการพัฒนาและเอามาปรับใช้จริงสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์แบบที่เราเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน

www.okseminar.com

ลักษณะของห้องประชุมที่ดีต้องเป็นอย่างไร

การประชุมที่จะมีประสิทธิภาพได้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่หัวข้อของการประชุมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายสิ่ง ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการประชุม ลักษณะของห้องประชุม okseminar ที่ดี จะช่วยให้การประชุมราบรื่น และได้ผลลัพธ์ที่ดีตามวัตถุประสงค์ ก่อนที่จะมีกากรจัดประชุม หรือว่าเช่าห้องประชุมก็ตาม จึงต้องมีการตรวจสอบองค์ประกอบสำคัญ ของการประชุมดังนี้ -ห้องประชุมเหมาะสม เพราะการประชุมมีหลายรูปแบบ ทั้งการประชุมใหญ่ การประชุมย่อย หรือการประชุมแบบส่วนตัว ซึ่งการประชุมแต่ละแบบจะมีคนเข้าร่วมประชุมที่แตกต่างกัน ฉะนั้นในการเลือกห้องสำหรับประชุม จึงตองเลือกห้องให้เหมาะสมกับลักษณะของการประชุมด้วย อย่างเช่นการประชุมแบบส่วนตัว จะต้องเป็นแบบส่วนตัวจริงๆ ไม่มีเสียงรบกวนรอบด้าน และก็ไม่ให้ใครได้ยินเสียจากการประชุมจากในห้องด้วย -อุปกรณ์ครบ ในการจัดห้องประชุมเองหรือว่าการเช่าห้องประชุมกับ okseminar จะต้องพิจารณาถึงความพร้อมของอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการประชุมด้วย เช่นอุปกรณ์สำหรับการฉายสไลด์

ความสุข

ชีวิตมีความสุขแบบไม่มีหลักการ

หลายๆครั้งที่เวลาที่เรานั้นได้อยู่กับตัวเองบางคนอาจจะมองเห็นชีวิตของตัวเองที่รู้สึกว่าไม่ได้มีความสุขหรือสนุกสนานใดๆทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้มักมีเหตุผลมาจากตัวของเราเองโดยที่บางครั้งเราแทบจะไม่ได้สังเกตสิ่งเหล่านี้เลยด้วยซ้ำไป แต่จริงๆแล้วถ้าจะพูดถึงหลักการใช้ชีวิตให้มีความสุขนั้นบางคนอาจจะเบื่อสิ่งที่เป็นรูปแบบของทฤษฎีแล้วเพราะดูแล้วทางไกลจากตัวเองมากจนเกินไป เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าจะให้อธิบายแบบง่ายๆงานเราลองมาดูกันไหมว่าอะไรที่เราสามารถเอาไปปฏิบัติหรือเปลี่ยนแปลงแล้วสามารถทำให้เกิดกับการใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างมีความสุขมากกว่าที่เราเองนั้นจะคิดอะไรด้วยซ้ำ 1.อย่ายุ่งชีวิตคนอื่น             สิ่งหนึ่งที่เราอาจจะคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้การใช้ชีวิตของเรานั้นไม่มีความสุขคือการที่เรานั้นไปบงการชีวิตคนอื่นหรือใช้เวลาของตัวเองในการยุ่งกับชีวิตคนอื่นมากเกินไป เช่น ในการที่เรามีเพื่อนแล้วเพื่อนประสบปัญหาชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรักหรืออะไรก็ตามแล้วเราให้ความสำคัญในส่วนนี้ไม่ใช่เพียงแค่การรับฟังแต่กลับกลายเป็นการออกความคิดเห็นและออกคำสั่งให้เพื่อนนั้นปฏิบัติตามอย่างที่เราต้องการ บอกเลยว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะรบกวนความสุขของเราได้อย่างชัดเจนและทำให้เราเห็นได้อย่างเด่นชัดว่าจริงๆแล้วการที่เรานั้นไม่มีความสุขก็เป็นเพราะตัวเราเองนั้นไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตคนอื่นโดยที่แทบจะไม่ได้มีเวลาสนใจให้กับปัญหาหรือความทุกข์ของตัวเอง 2.มีขีดจำกัดให้ตัวเอง             บอกหน่อยว่าการมีขีดจำกัดให้กับตัวเองนั้นเท่าที่ดูบางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องดีแต่ถ้าหากมองกันในความเป็นจริงสิ่งเหล่านี้อาจจะไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ บางคนนั้นแทบจะไม่รับรู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้วมีข้อดีอะไรหรือเป็นประโยชน์กับเรามากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าหากว่าจะพูดถึงส่วนที่เกี่ยวข้องและทำให้การใช้ชีวิตของเราไม่มีความสุขมันก็เป็นเพราะว่าเราไม่ได้เปิดอิสระให้กับการใช้ชีวิตแต่มักจะมีการสร้างขีดจำกัดให้กับชีวิตคนอื่นมากเกินไปบางครั้งเราเองก็แทบจะไม่รู้สึกถึงความเป็นอิสระในชีวิตประจำวันอีกต่อไป             เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากจะพูดถึงสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของเรามีความสุขโดยที่เราเองนะไม่จำเป็นต้องใส่ใจหรือสนใจหลักการอะไรทั้งสิ้นก็สามารถที่จะเอาสิ่งเหล่านี้ไปใช้ได้ แต่อย่างน้อยก็ควรที่จะต้องปรับให้เข้ากับชีวิตไม่ใช่ว่าทุกๆครั้งแล้วเราจะเอาแบบนี้ไปใช้ซะทีเดียว