Protects Farmland & Natural Habitats Agriculture การกำจัดวัชพืชวิธีธรรมชาติ

การกำจัดวัชพืชวิธีธรรมชาติ

วัชพืช เป็นพืชที่ขึ้นมาเองตามธรรมชาติในไร่ในสวน โดยที่ผู้ดูแลไม่ต้องการ หรือเรียกได้ว่าเป็นศัตรูตัวร้ายของพืชนั่นเอง ส่วนใหญ่ไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือมีน้อย มักสร้างความเสียหายให้พืชเศรษฐกิจ เช่น แย่งอาหารอย่างไรก็ตาม วัชพืชที่ไม่ต้องการนั้นก็อาจจะอุดมไปด้วยธาตุอาหารพืชทั้งธาตุหลักและธาตุรองครบถ้วน และสามารถตัดมาหมักเพื่อทำปุ๋ยได้ วิธีการกำจัดวัชพืชมีอยู่หลายวิธี ซึ่งเกษตรกรบางท่านเลือกใช้สารเคมี ซึ่งเป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นเรามาดูการกำจัดวัชพืชด้วยวิธีธรรมชาติกันดีกว่า

  1. ดึงออกด้วยสองมือของเรา 

อาจจะเป็นวิธีที่หลายคนได้ยินก็ไม่อยากจะทำ เพราะเป็นวิธีที่ทำให้เหนื่อยล้า แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นวิธีกำจัดวัชพืชที่ดีมากๆ ก่อนที่เราจะทำการดึงควรรดน้ำให้ดินเปียกชุ่มซะก่อนหรือรอหลังจากฝนหยุดตกแล้วค่อยถอนออก เพราะในขณะที่ดินชุ่มน้ำ ดินจะคลายตัวทำให้ถอนหญ้าออกทั้งรากได้ง่ายกว่าดินแห้ง ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้รากขาดง่ายมาก

  1. การคลุมดิน 

โดยนำถุงดำ หรือวัสดุอื่นๆ มาปิดปกคลุมไม่ให้รับแสง ซึ่งจะทำให้พืชเหี่ยวตายลงในที่สุด เนื่องจากเเสงเป็นหนึ่งในปัจจัยการเจริญเติบโต

  1. ใช้น้ำเกลือ

ผสมเกลือกับน้ำเปล่าแล้วต้มจนเดือนก่อนจะนำไปราดลงบนหญ้าหรือวัชพืชโดยตรง เหมาะมากสำหรับกำจัดหญ้าที่ขึ้นจากรอยแยกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน หรือในสวน ความเค็มของเกลือก็สามารถจัดการบรรดาวัชพืชที่โผล่ขึ้นตามรอยแตกบนพื้น ผนัง หรือในสวนของเราได้

  1. สูตรเบกกิ้งโซดา

สารพัดประโยชน์จริงสำหรับเบกกิ้งโซดา แค่หยิบเบกกิ้งโซดามาประมาณ 1 กำมือ แล้วโรยลงไปบนวัชพืชโดยตรง ตามรอยแตกคอนกรีต อิฐ และในสวน วัชพืชเหล่านั้นก็จะค่อย ๆ ล้มหายตายจากไปทีละต้นสองต้น

  1. ฉีดด้วยแอปเปิลไซเดอร์

นำแอปเปิลไซเดอร์ใส่ขวดสเปรย์พ่นรอบแปลงต้นไม้ หรือฉีดลงบนวัชพืชโดยตรง หรือถ้าต้องการปลูกต้นไม้อะไรอาจนำแอปเปิลไซเดอร์ผสมกับดินแล้วโปรยเมล็ดปลูกลงไป แอปเปิลไซเดอร์จะเคลือบที่รากเพื่อไม่ให้วัชพืชแย่งอาหาร

  1. ฉีดพ่นน้ำสัมสายชู

พอๆกันกับเบคกิ้งโซดา เพราะสารพัดประโยชน์จริงๆ โดยเทน้ำส้มสายชูแอปเปิลลงในขวดสเปรย์ แล้วพ่นไปรอบ ๆ แปลงปลูกต้นไม้ บริเวณรอบนอกของสวน หรือฉีดลงบนวัชพืชโดยตรง หรือจะเริ่มตั้งแต่ฉีดผสมกับดินก่อนลงเมล็ดปลูก เพราะน้ำส้มสายชูก็จะเกาะอยู่ที่รากของต้นไม้เมื่อโตขึ้น ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้วัชพืชในดินเจริญเติบโตขึ้นมาแย่งอาหารได้อีกทางหนึ่งด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับการกำจัดวัชพืชด้วยวิธีธรรมชาติ ง่ายใช่ไหมล่ะ แถมยังหาอุปกรณืไม่ยากอีกด้วยนะ เพียงเท่านี้ก็สามารถกำจัดเจ้าวัชพืช ศัตรูตัวร้ายของพืชที่เรารักกันแล้ว

Related Post

แนะนำไม้ผล

แนะนำไม้ผล ปลูกง่าย ให้ผลไวแนะนำไม้ผล ปลูกง่าย ให้ผลไว

ผลไม้เป็นแหล่งวิตามินที่สำคัญที่เราควรจะได้รับในแต่ละวัน ซึ่งการไปซื้อผลไม้ในตลาดบางครั้งก็เน่าบ้าง เสียบ้าง รวมไปถึงยังไม่สุด พื้นที่บริเวณบ้านเรายังพอเหลือมาหาไม้ผลปลูกง่ายๆ ให้ผลไวกันดีกว่า เป็นอย่างไรกันบ้างกับไม้ผลที่ได้แนะนำไปข้างต้น ไม้ผลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากกับร่างกายของเรา เพราะจะให้วิตามินที่ดีกับร่างกาย ทั้งยังมีความหวานที่มาจากธรรมชาติไร้การสังเคราะห์ ดีต่อสุขภาพมากๆ นอกจากจะปลูกทานแล้วยังสามารถพัฒนาเป็นการปลูกเพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ใครมีพื้นที่สวน หรือไร่ อยากจะลองนำเอาไอเดียเหล่านี้ไปทำก็จะยิ่งดีสุดๆ 

พันธุ์ต้นไม้หายาก

3 พันธุ์ต้นไม้หายาก ปลูกยาก ราคาแพ๊งแพง3 พันธุ์ต้นไม้หายาก ปลูกยาก ราคาแพ๊งแพง

บทความนี้ขอเอาใจสายชอบต้นไม้หายาก ปลูกยาก ราคาแรงกันสักหน่อย ซึ่งบทความนี้เราได้รวบรวม 3 พันธุ์ต้นไม้หายาก ปลูกยาก ราคาแพ๊งแพงมาฝากกัน แต่ 3 พันธุ์ต้นไม้หายาก ปลูกยาก ราคาแพ๊งแพงที่เรานำมาฝากกันในบทความนี้จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูพร้อมๆ กันเลย 3 พันธุ์ต้นไม้หายาก ปลูกยาก ราคาแพ๊งแพง และพันธุ์ต้นไม้หายาก ปลูกยาก ราคาแพ๊งแพง ต้นสุดท้าย คือ เอื้องเขาพระวิหาร เป็นกล้วยไม้ให้ดอกสวย ต้องการแสงแดดน้อย ชอบขึ้นอยู่ตามหินหน้าผา ซอกหิน หรือท่อนซุง

herbaceous plant

พืชล้มลุกคืออะไรและวิธีการดูแลพืชล้มลุกพืชล้มลุกคืออะไรและวิธีการดูแลพืชล้มลุก

พืชที่ใบและก้านตายราบลงไปถึงดินเมื่อสิ้นฤดูการปลูก ลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วก็จะตาย   มักมีอายุประมาณ 3–4 เดือน ถึง 1 ปี นั่นเรียกว่า พืชล้มลุก  โดยพืชล้มลุกจะขึ้นอยู่กับวัฏจักรชีวิตของพวกมันพืชสามารถยืนต้นได้นั่นคือพวกมันผลิตเมล็ดพันธุ์ทุกฤดูกาลหรือตามฤดูกาล ทำไมพวกเขาถึงแตกต่างกันมาก นั่นก็เพราะวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดนั้นเป็นไปตามนั้น สภาพภูมิอากาศดินระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลและแม้กระทั่งความพร้อมของผู้สมัครผสมเกสรก็เป็นปัจจัยที่ทำให้พืชมีอายุขัยไม่กี่เดือนหรือหลายปี พืชล้มลุกคืออะไร พืชล้มลุกคือพืชที่มีวงจรชีวิตเป็นเวลาสองปี ในช่วงปีแรกพวกมันจะงอกและพืช (ลำต้นรากและใบ) จะเจริญเติบโตและในช่วงที่สองพวกมันออกดอกเป็นผลและตายในที่สุด เนื่องจากพวกมันต้องการเวลาบานมากขึ้นพวกมันจึงไม่ได้รับความนิยมจากชาวสวนมากนัก  เมื่อสิ้นฤดูการปลูกแต่บางส่วนที่ติดดินของยังคงมีเซลล์ที่มีชีวิตอยู่ต่อไปในฤดูที่จะมาถึง (ในกรณีพืชสองปีก็จะมีชีวิตอยู่จนถึงฤดูการปลูกในปีต่อมาก่อนที่จะออกดอกและตาย) ส่วนที่จะโตขึ้นใหม่ในฤดูการปลูกในปีถัดมาจะก่อตัวขึ้นบนดินหรือใต้ดินที่รวมทั้วราก หัว ไรโซม หรือ หน่อ หรือกิ่งใต้ดินแบบต่างๆ ตัวอย่างของพืชโตชั่วฤดูที่เป็นพืชสองปีก็ได้แก่แครอท