Protects Farmland & Natural Habitats Environment ฝุ่น PM 2.5 ปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว

ฝุ่น PM 2.5 ปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว

หากพูดถึงฝุ่น PM 2.5 แน่นอนว่าทุกคนจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะถือเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษ จนก่อให้เกิดความอันตรายต่อประชากรมากที่สุด เนื่องจากในปัจจุบันจะมีปริมาณฝุ่นที่เกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้แม้ว่าฝุ่น PM 2.5 จะมีอนุภาคฝุ่นที่เล็กมากจนเราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะจะมีขนาดน้อยกว่า 2.5 ไมครอน แต่ฝุ่นเหล่านี้กลับเป็นมลพิษที่มีความอันตรายต่อสุขภาพมากที่สุด ดังนั้นหากใครที่ยังไม่รู้ว่า ฝุ่น PM 2.5 จะก่อให้เกิดปัญหาในด้านใดบ้างนั้น ไปดูกันเลย

สาเหตุของการเกิดฝุ่น PM 2.5 ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องสงสัยกันอย่างแน่นอนว่า ฝุ่น PM 2.5 มีแหล่งกำเนิดมาจากที่ใด และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่นนี้ขึ้นมา ซึ่งความจริงแล้วสาเหตุของฝุ่นจะมีแหล่งกำเนิดมาจาก 2 แหล่งด้วยกัน ได้แก่ แหล่งกำเนิดปฐมภูมิ อย่างเช่น การคมนาคมขนส่ง การเผาขยะหรือป่าในที่โล่งแจ้ง โรงงานอุตสาหกรรม โรงงานผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นต้น และอีกหนึ่งแหล่งกำเนิดของฝุ่น คือ แหล่งกำเนิดทุติยภูมิ อย่างเช่น การปฏิกิริยาเคมีในอากาศโดยมีสารเคมีกลุ่มซัลเฟอร์ หรือกลุ่มไนโตรเจน และแอมโมเนียเป็นสารตั้งต้น รวมไปถึงสารเคมีต่าง ๆ ที่เป็นอันตราย ได้แก่ ปรอท แคดเมียม อาร์เซนิก โพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน และสารก่อมะเร็งอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ทั้งสิ้น

ผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5

ทุกคนรู้หรือไม่ว่า ฝุ่น PM 2.5 จะส่งผลกระทบต่อร่างกายได้ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ยิ่งหากร่างกายของเราได้รับฝุ่นติดต่อกันเป็นเวลานาน ยิ่งส่งผลเสียต่อร่างกายได้ทั้งสิ้น อย่างเช่น

  • ระบบผิวหนัง: ฝุ่นทำให้เกิดปัญหาผื่นคัน ผื่นแพ้ ลมพิษ ผิวหน้าเหี่ยวย่นแพ้ง่าย และก่อให้เกิดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
  • ระบบทางเดินหายใจ: ฝุ่นจะไปกระตุ้นภูมิแพ้ โรคหืด โรคถุงลมโป่งพอง ส่งผลให้เกิดปัญหาโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
  • การเจริญเติบโต: ฝุ่น PM 2.5 จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถส่งผลกระทบถึงทารกในครรภ์ได้อีกด้วย ทำให้เด็กเจริญเติบโตได้ช้า หรืออาจจะคลอดก่อนกำหนดได้เลยทีเดียว

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฝุ่น PM 2.5 จะมีความอันตรายต่อร่างกายเป็นอย่างมาก แถมยังก่อให้เกิดความเสี่ยงได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย ดังนั้นเราจำเป็นต้องป้องกันการรับฝุ่น PM 2.5 กันให้มากที่สุด ด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยเวลาออกจากบ้าน หรือแม้แต่การเปิดเครื่องฟอกอากาศทุกครั้งที่อยู่ในบ้าน เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยป้องกันฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Related Post

การจัดการขยะมูลฝอย

แนวทางการจัดการขยะมูลฝอย ในช่วงเกิดอุทกภัยแนวทางการจัดการขยะมูลฝอย ในช่วงเกิดอุทกภัย

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวและฝนตกชุกในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคใต้ อาจก่อให้เกิดน้ำท่วม ทางกรมมลพิษจึงได้แจ้งเตือนเตรียมกำจัดขยะมูลฝอย ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเป็นการร่วมมือกันทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน้าที่ของประชาชน แนวทางในการกำจัดขยะมูลฝอยในช่วงอุทกภัย แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้ 1. ก่อนน้ำท่วม  ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องประเมินสถานการณ์น้ำว่ามีแนวโน้มเป็นไปได้ทางไหน ทำการจัดเตรียมแผนการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรกลและอุปกรณ์จัดเตรียมงานการเก็บขยะสำรองในช่วงน้ำท่วม จัดเตรียมพื้นที่กำจัดขยะสำรอง หรือหาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้างเคียง เพื่อนำขยะไปกำจัด รวมถึงก่อสร้างคันดินโดยรอบสถานที่กำจัดขยะ 2. ช่วงน้ำท่วม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินความรุนแรงของปัญหาในแต่ละพื้นที่ หากพบพื้นที่เกิดอุทกภัย แนะนำให้มีการป้องกันการไหลของขยะไม่ให้ออกนอกพื้นที่หรือมีตาข่ายกั้นขยะ จัดเตรียมเรือหรือรถเก็บขยะที่สามารถเข้าไปยังพื้นที่น้ำท่วมเพื่อเก็บขนขยะได้ รวมถึงขอให้เอกชนเข้ามาช่วยในการเก็บและคัดแยก

ลดโลกร้อน

มาลดโลกร้อนไปพร้อมๆ กันดีกว่ามาลดโลกร้อนไปพร้อมๆ กันดีกว่า

ทุกคนต่างรู้ว่าในปัจจุบันโลกของเรานั้นเผชิญกับปัญหาภาวะโลกร้อน ซึ่งถ้าเรียกกันง่ายๆ ภาวะโลกร้อน คือ การที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นจากภาวะเรือนกระจก หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อว่า Green house effect ซึ่งมีต้นเหตุจากการที่มนุษย์ ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่างๆ การขนส่ง และการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม วันนี้เรามาร่วมกันรักษ์โลกของเราด้วยวิธีการลดโลกร้อนไปพร้อมๆ กันดีกว่า 1.ใช้พลังงานสะอาดให้มากขึ้น  พลังสะอาดคือพลังงานที่มาจากธรรมชาติอย่างพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานลมในบ้านของคุณเอง ถือเป็นพลังงานหมุนเวียนที่เป็นพลังงานสะอาดที่ดีที่สุด เพราะกระบวนการผลิตไม่มีขั้นตอนในการปล่อยคาร์บอน แต่ทั้งนี้การจะเลือกใช้พลังงานแบบใดนั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมและสถานที่ตั้งของที่อยู่อาศัยของคุณด้วย 2.เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED หากใครยังใช้หลอดไฟแบบเก่า หรือหลอดไส้ แนะนำให้เปลี่ยนมาเป็นหลอดตะเกียบ หรือหลอดไฟ LED เพราะกินไฟน้อยกว่า

อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

อย่ารอให้ใครเริ่มก่อน! ร่วมมือรักษ์โลกด้วยสองมือของเราอย่ารอให้ใครเริ่มก่อน! ร่วมมือรักษ์โลกด้วยสองมือของเรา

ธรรมชาติ เป็นแหล่งกำเนิดและเป็นที่พึ่งพิงของทุกชีวิตบนโลก และทรัพยากรธรรมชาติก็เปรียบเป็นสมบัติล้ำค่าของมนุษย์ แต่ยิ่งเกิดการพัฒนาเศรษฐกิจมากขึ้น ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น เรานำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์จนหลงลืมไปว่ามันมีวันหมด ลดน้อย หรือเสื่อมโทรมได้ เราทุกคนล้วนมีส่วนในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านั้น ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของทุกคนเช่นกันที่จะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งสามารเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยตัวเรา ดังนี้ 1. ใช้กระดาษทั้งสองด้านก่อนจะทิ้ง สำหรับออฟฟิศหรือสำนักงานที่มีการใช้กระดาษในการทำงาน ก็แนะนำให้มีการใช้กระดาษอย่างคุ้มค่า คือใช้ 2 หน้าก่อนทิ้ง เพราะกระบวนการผลิตกระดาษมีส่วนที่ทำให้เกิดการตัดต้นไม้ ดังนั้น เราจะต้องแน่ใจว่ากระดาษแต่ละแผ่นได้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าที่สุดแล้ว เพราะหากเราละเลยเรื่องนี้ไป การตัดต้นไม่เพื่อทำกระดาษก็จะต้องมีเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง 2. รีไซเคิลวัสดุต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การรีไซเคิล (Recycle) หรือการนำกลับมาใช้ใหม่