ต้นอ่อนทานตะวัน (Sunflower Sprout) นับเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่เพาะได้ง่ายมาก สามารถรับประทานแบบสดหรือประกอบอาหารอื่น ๆ ได้อีกมากมาย แถมยังมีประโยชน์มหาศาล เนื่องจากทานตะวันเป็นพืชที่มีโปรตีนสูงกว่าถั่วเหลือง ประกอบไปด้วยวิตามิน เอ และวิตามิน อี สูง ช่วยบำรุงสายตา ผิวพรรณ และชะลอความชรา นอกจากนี้ก็ยังมีวิตามิน บี 1 บี 6 และโอเมก้า 3, 6, 9 ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม และมีธาตุเหล็กค่อนข้างสูง
การเตรียมวัสดุ/อุปกรณ์ในการปลูกต้นอ่อนทานตะวัน
สำหรับวัสดุ/อุปกรณ์ในการปลูกต้นอ่อนทานตะวัน ก็ไม่มีอุปกรณ์อะไรที่ยุ่งยาก เพียงเตรียมตามที่เรานำมาบอกต่อดังนี้
- เมล็ดทานตะวัน ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดดำหรือเมล็ดลายก็ได้
- ตะกร้าหรือภาชนะสำหรับเพาะ
- ดินปลูก (ดินผสมที่วางจำหน่ายทั่วไป)
- ถุงพลาสติกสีดำ
วิธีการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน และการเก็บเกี่ยว
1. นำเมล็ดทานตะวันไปล้างน้ำสะอาดประมาณ 2 ครั้ง เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ติดมากับเมล็ด หลังจากนั้นนำไปแช่น้ำอุ่น โดยแบ่งสัดส่วนเป็น น้ำร้อน 1 ส่วน น้ำเย็น 2 ส่วน ทิ้งไว้ประมาณ 8-10 ชั่วโมง และนำมาบ่มทิ้งไว้อีก 1 คืน จนกว่ารากของเมล็ดทานตะวันจะปริออกมา
2. เตรียมดินปลูกให้พร้อม ด้วยการนำไปใส่ในตะกร้าหรือภาชนะสำหรับเพาะ เกลี่ยดินให้ทั่ว โดยมีความหนาประมาณ 1-2 นิ้ว บวกกับรดน้ำให้ดินมีความชุ่มชื้น
3. นำเมล็ดทานตะวันที่บ่มทิ้งไว้ มาเรียงในตะกร้าหรือภาชนะสำหรับเพาะ โดยอย่าให้เมล็ดซ้อนทับกัน และอย่าให้เมล็ดแน่นจนเกินไป
4. เมื่อเรียงเมล็ดทานตะวันเรียบร้อยแล้ว ให้โรยดินปลูกทับเมล็ดทานตะวัน พร้อมกับรดน้ำอีกครั้งจนดินชุ่ม
5. นำถุงพลาสติกสีดำคลุมตะกร้าหรือภาชนะสำหรับเพาะ และนำไปวางไว้ในที่ร่ม รดน้ำเช้า-เย็น ติดต่อกัน 4 วัน
6. เมื่อครบวันที่ 4 ต้นอ่อนทานตะวันจะเริ่มโต ให้นำถุงพลาสติกสีดำที่คลุมตะกร้าหรือภาชนะสำหรับเพาะออก พร้อมกับนำต้นอ่อนออกมารับแสงแดด หลังจากนั้นใบทานตะวันจะเริ่มมีสีเขียว
ในส่วนของการเก็บเกี่ยวนั้นก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แนะนำให้เก็บต้นอ่อนทานตะวันที่มีอายุประมาณ 5-6 วัน และระยะเวลาที่เหมาะสมในการตัดต้นอ่อนทานตะวัน ก็คือระยะที่มีใบเลี้ยง 2 ใบนั่นเอง
เห็นแล้วใช่ไหมว่าการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวหรือยากอย่างที่หลาย ๆ คนคาดเดา แถมยังไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรให้ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว สำหรับคนที่กำลังมองหารายได้เสริม การเพาะต้นอ่อนทานตะวันก็ถือว่าเป็นหนึ่งในการเพาะปลูก ที่สร้างรายได้ได้ค่อนข้างดีพอสมควร และในปัจจุบันผู้คนก็หันมารับประทานกันมากขึ้นด้วย
